Class Amplifier

การขยายสัญญาณในเครื่องส่งวิทุยุ มีการใช้ทั้ง Class A , B และ Alass C

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ Class ต่างๆ

1.Class A สามารถขยายสัญญาณได้ครบ 360 องศา หมายถึง สัญญาณ in และ Out มีลักษณะสัญญาณเหมือนกัน ต่างกันเพียงขนาดสัญญาณที่ผ่านการขยายไปเท่านั้น

Class A Amplier การให้ Bias ( Operating Point) จะให้ที่จุดกึ่งกลาง ของเส้น Load Line
จุดกำหนดการทำงาน Bias ที่จุดกลางของ Load Line

2.Class B Amplifier จะกำหนดจุด Bias เพื่อให้สัญญาณ ขยายได้เพียง 180 องศา

สัญญาณใน Class B จะขยายได้เพียง 180 องศา หรือ คร่งหนึ่งของสัญญาณ In put
การกำหนดจุดทำงาน จะเลื่อนจากจุดกึ่งกลาง ลงมา

3.Class C Amplifier จะกำหนดุดทำงา่นให้ต่ำไปอีก หมายถึง ขณะที่ไม่มีสัญญาณเข้ามา วงจรจะไม่ทำงาน (สัญญาณจะไม่มีการขยาย)

สัญญาณ Out put น้อยกว่า 180 องศา
Class C จะต้องอาศัยสัญญาณ Input มาเป็นตัวช่วยในการ Bias เพื่อให้วงจรทำงาน หากไม่มีสัญญาณเข้ามาวงจรจะไม่มีกระแสไหล ทำให้ประหยัดพลังงานได้

เทียบประสิทธิภาพการทำงาน

Class A จะใช้พลังงานมาก ประสิทธิภาพต่ำ Class C ใช้พลังงานน้อย ประสิทธิภาพสูง

เพื่อประสิทธิภาพของเครืองส่ง นิยมใช้ Class B และ Class C แต่จะมองเห็นความไม่สมบรูณของ รูปสัญญาณ เรื่องนี้ในเครื่องส่งสามารถแก้ไขรูปแบบสัญญาณได้ด้วย คุณสมบัติของ L และ C (Inducter และ Capaciter)

วงจร จูน Tank Circuit

สัญญาณที่ได้จากการขยายมักจะได้สัญญาณ ฮาโมนิก (Hamonic หรือ สัญญาณที่มีค่าสูงขึ้นเป็นจำนวนเท่าของความที่เดิม)

Harmonic คือความถี่ที่เป็นจำนวนเท่าของความถี่เดิม

Related posts

Leave a Comment