FDD และะ TDD

ระบบสัญญาณที่ใช้รับ แล ะส่งในโทรศัพท์มือถือ

FDD คืออะไร?

FDD ย่อมาจาก Frequency Division Duplex โดยหลักการทำงานของ FDD คือ การแบ่ง คลื่นส่ง (downlink) และ คลื่นรับ (uplink) แยกออกเป็นคนละช่วงความถี่ทำให้สามารถรับและส่งได้ในเวลาเดียวกัน

ผู้ใช้จะสามารถรับส่งข้อมูลได้พร้อมๆกันในช่วงเวลาเดียวกัน เพราะว่ามีการแบ่งคลื่นเป็นสำหรับ Downlink และ Uplink เอาไว้เท่าๆกัน

ตัวอย่างการใช้งานคลื่น 1800MHz ที่ทั้ง 3 เครือข่ายใช้งานอยู่ดังนี้

  • TrueMove H : Downlink 1710 – 1725 MHz, Uplink 1805 – 1820 MHz
  • AIS : Downlink 1725 – 1740 MHz, Uplink 1820 – 1835 MHz
  • dtac : Downlink 1740 – 1760 MHz, Uplink 1835 – 1855 MHz

บริษัทได้ความกว้างของคลื่นไปถึง 30MHz โดยจะมีคลื่นคู่ ที่เป็น Uplink อีก 15MHz ที่ไม่ได้เอ่ยถึงอยู่ แต่ที่เรียกจำนวนเพียงครึ่งเดียว ก็เพราะคลื่นนี้ถูกเอาไปใช้แบบ FDD ที่ตัวคลื่นจะต้องถูกแบ่งคลื่นเป็นส่วน Downlink และ Uplink เท่าๆกันนั่นเอง

สิ่งที่ทำให้ FDD นั้นได้รับความนิยมก็เพราะสามารถที่จะรับ-ส่งสัญญาณได้พร้อมกัน ทำให้การส่งสัญญาณนั้นสามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง ไม่มีการดีเลย์ และมือถือส่วนใหญ่ในท้องตลาดก็จะรองรับ FDD กันเป็นหลักอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังรองรับคลื่น low band อย่าง 800 MHz และ 950 MHz ไปจนถึง high band อย่าง 1800 MHz และ 2100 MHz ได้เลยด้วย

TDD คืออะไร?

TDD นั้นย่อมาจาก Time Division Duplex ซึ่งหลักการทำงานของ TDD จะแตกต่างจาก FDD ตรงที่ คลื่นส่ง และ คลื่นรับ นั้นใช้คลื่นเดียวกัน แต่ว่าแบ่งช่วงเวลาในการรับ-ส่งข้อมูลแทน 

ไม่ต้องมีคลื่นคู่สำหรับ Downlink และ Uplink เหมือน FDD  สามารถใช้คลื่นทั้งผืนมาแบ่งให้บริการได้ตามสัดส่วนที่ต้องการ แต่จะต้องแบ่งสลับส่งข้อมูล DL UL ตลอดเวลาซึ่งอาจทำให้ Latency สูงขึ้นเล็กน้อย แต่ก็แทบไม่รู้สึกในการใช้งานจริง

การติดตั้งระบบ TDD จะทำได้ง่ายกว่า FDD ตรงที่ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์หลายชุด เพราะว่าอุปกรณ์รับ-ส่งสัญญาณของระบบ TDD นั้นเป็นตัวเดียวกัน แล้วใช้วิธีการสลับการรับ-ส่งตามช่วงเวลา ซึ่งผู้ให้บริการสามารถที่จะปรับขนาด bandwidth ของการรับ-ส่งข้อมูลได้ตามความเหมาะสมของพื้นที่ใช้งาน ส่วนมือถือที่รองรับ TDD ก็มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นรุ่นที่ค่อนข้างใหม่

แต่ด้วยความที่ TDD นั้นทำงานอยู่บนคลื่นความถี่เดียวกันทำให้ต้องมั่นใจว่าการรับ-ส่งข้อมูลนั้นไม่เกิดการซ้อนทับกัน โดยใช้วิธีการป้องกันด้วยการเพิ่ม guard period เข้าไป อารมณ์เดียวกับ guard band ของ FDD นั่นแหละครับ อีกอย่างคือสามารถใช้ได้เฉพาะบนคลื่น high band (เช่น 2300MHz, 2600MHz) อย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งระยะคลื่น high band จะมีระยะครอบคลุมที่แคบกว่าติดตั้งเสานึงอาจจะไปได้ 1 กิโลเมตร ต่างจาก low band ที่เสานึงส่งสัญญาณได้ไกลถึง 1.7-2 กิโลเมตร ทำให้การตั้งเสาสัญญาณนั้นต้องตั้งในระยะที่ถี่กว่า ขยายสัญญาณให้ครอบคลุมยากกว่านั่นเอง

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม

Related posts

Leave a Comment